ไทยบุกลุ้นคว้าชัย จ่อเข้ารอบรองชนะเลิศ
ไทยชนะมา 2 นัดติดแบบไม่เสียประตูและถูกยกให้เป็นต่อเหนือฟิลิปปินส์ หากบุกคว้าชัยได้ก็จะตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศล่วงหน้า.
ฟิลิปปินส์คืนฟอร์มได้อย่างรวดเร็วหลังเปิดสนามด้วยการแพ้เมียนมาในบ้าน 1-4 ก่อนกลับมาชนะลาว 4-1 ในนัดล่าสุด โดยแดนกลางพลังหนุ่มอย่าง ซาวิเยร์ มาริโอนา, ซานโดร เรเยส, ไคร์ม โรฟกา และ เคนจิ นิชิโอกะ ต่างทำผลงานได้โดดเด่น และคาร์เลส กวาดรัต กุนซือของทีมคาดว่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมลงเจอกับไทย จ่าฝูงของกลุ่ม
ด้านไทยเก็บชัยชนะได้ 2 นัดรวดและยังไม่เสียประตูเลย กัปตันทีม สารัช อยู่เย็น กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม คอยควบคุมจังหวะเกมอยู่ด้านหลังแนวรุกดาวรุ่งหลายราย ขณะที่การเพรสซิ่งแดนหน้าและการเก็บบอลจังหวะสองก็ทำได้ดีมาก อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกมนัดก่อนมีสัญญาณเรื่องความฟิตให้เห็น เมื่อมีผู้เล่นหลายคนมีอาการกระแทกและเป็นตะคริว
ฟิลิปปินส์ไม่มีผู้เล่นติดโทษแบน, รอเช็กความฟิต หรือบาดเจ็บ ขณะที่ไทยก็ไม่มีผู้เล่นติดโทษแบน, รอเช็กความฟิต หรือบาดเจ็บเช่นกัน
ฟิลิปปินส์เล่นได้ลงตัวกว่านัดแรกอย่างชัดเจนในเกมที่สอง แต่ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ ลาวเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 14 การเชื่อมเกมจากแดนกลางไปถึงกองหน้า ฮาเวียร์ กาโยโซ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพวกเขาก็มีศักยภาพพอจะสร้างปัญหาให้แนวรับไทยได้ โดยเฉพาะเมื่อไทยยังไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติยืนคุมอยู่หน้าแผงหลัง
ถึงกระนั้น ไทยยังเหนือกว่าทั้งในแง่ประสบการณ์และคุณภาพโดยรวม สิ่งที่อาจมีผลต่อเกมคือทีมจะรักษาความเข้มข้นในสไตล์การเล่นได้จนจบหรือไม่ การเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกของแดนกลาง รวมถึงการเคลื่อนที่และการประสานงานเกมรุกของ ยศกร บูรพา, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และ คคนะ คำยก น่าจะเป็นปัจจัยชี้ขาดผลการแข่งขัน
ฟิลิปปินส์จะอาศัยกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในการลุ้นล้มทีมแกร่งของภูมิภาค แต่ความแน่นอนในเกมรับยังน่าเป็นห่วง ดังที่เห็นจากช่องว่างในแนวรับตอนเจอเมียนมาในนัดแรก ไทยจึงยังเป็นต่อชัดเจนในเกมนี้ และมีลุ้นเก็บ 3 คะแนนเต็มพร้อมการันตีตั๋วรอบรองชนะเลิศได้ล่วงหน้า
การพบกันครั้งล่าสุดของทั้งสองทีมเกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 โดยฟิลิปปินส์ชนะก่อน 2-1 ในเกมเหย้านัดแรก แต่ไทยกลับมาเอาชนะ 3-1 หลังต่อเวลาพิเศษในนัดที่สองที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้านั้น ฟิลิปปินส์ไม่เคยเอาชนะไทยได้มาก่อน