ความพร้อมของทีม: มิราสโซลจะไม่มี วิลเลียม มาชาโด กองหลังตัวจริงที่ติดโทษแบน ขณะที่สโมสรได้เสริมทัพนักเตะใหม่ 5 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ บรูโน ซานโตส กองหน้าที่นำดาวซัลโวบราซิล เซเรีย บี อยู่ในเวลานี้
ฝั่งเกรมิโอจะขาด อันเดร โมราโต กองหน้าตัวจริงที่สะสมใบเหลืองครบโควตา แต่ผู้รักษาประตู เวแวร์ตอน และ ฟาเบียน บัลบวยนา เสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติบราซิลและปารากวัยในฟุตบอลโลกแล้ว และกลับมาเป็นตัวเลือกให้ หลุยส์ คาสโตร ได้อีกครั้ง นอกจากนี้สโมสรยังคว้าตัว มาเธอุส นาสซิเมนโต กองหน้าเข้ามาเพิ่มทางเลือกในแนวรุก
มิราสโซล ติดโทษแบน: วิลเลียม มาชาโด (สะสมใบเหลืองครบ) เช็กฟิต: ไม่มี บาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงสนาม: อีกอร์ โฟร์มิกา (ต้นขาซ้าย), นิโก เอ็นริเก (เข่าขวา), นาธาน ฟอนเซกา (ข้อเท้าซ้าย)
เกรมิโอ ติดโทษแบน: อันเดร โมราโต (สะสมใบเหลืองครบ), ติอาโก (ใบแดง) เช็กฟิต: ไม่มี บาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงสนาม: มาร์ลอน (ข้อเท้าขวา)
ทีเด็ด: เจ้าบ้านชนะ
นัดล่าสุด มิราสโซลบุกแพ้ แอตเลติโก พาราเนนเซ 0-1 แม้จะเป็นเกมเยือนแต่พวกเขาครองเกมได้เกือบทั้งหมด ทว่าไม่สามารถสร้างโอกาสจะแจ้งได้ ก่อนจะมาโดน วิตอร์ โรเก ดาวซัลโวสูงสุดของลีกยิงประตูชัยช่วงท้ายเกม ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้มิราสโซลมี 16 คะแนน รั้งอยู่ในโซนตกชั้นต่อไป และตามหลังเกรมิโอซึ่งอยู่เหนือโซนปลอดภัยเพียงเล็กน้อยอยู่ 5 แต้ม
ส่วนเกรมิโอแพ้คาบ้านต่อ โครินเธียนส์ 1-3 ในเกมลีกนัดก่อน โดยออกสตาร์ตได้ดีและขึ้นนำก่อน แต่หลังจากนั้นผลงานกลับแผ่วลง เปิดโอกาสให้คู่แข่งคุมเกม หลังโดนตีเสมอพวกเขาแทบสร้างโอกาสเพิ่มไม่ได้ ก่อนจะเสียอีก 2 ประตูและพ่ายไปในที่สุด ฟอร์มที่ยังไม่แข็งแกร่งทำให้ หลุยส์ คาสโตร ยังตกอยู่ภายใต้ความกดดัน ขณะที่ทีมยืนอยู่แถวขอบโซนปลอดภัย
ทั้งสองทีมต่างต้องดิ้นรนหนีตกชั้น แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายบริหารของมิราสโซลยังเชื่อมั่นในตัวกุนซือ กัวรานาส มากกว่า ทำให้บรรยากาศในทีมดูดีกว่า และเมื่อได้แรงหนุนจากแฟนบอลในบ้าน จึงมองว่าเจ้าถิ่นมีภาษีคว้า 3 แต้มมากกว่า
สถิติการพบกัน: มิราสโซลชนะเกรมิโอมาแล้วทั้ง 3 ครั้งที่เคยเจอกัน