อินไซต์

เรย์คยาวิกฟอร์มแรง มีลุ้นเปิดบ้านปราบสตยาร์นัน

เรย์คยาวิกลงสนามด้วยฟอร์มเกมรุกที่ดุดัน หลังยิง 15 ประตูจาก 4 นัดลีกหลังสุด ขณะที่สตยาร์นันผลงานลีกไม่แน่นอนและฟอร์มนอกบ้านก็น่ากังวล ทำให้เจ้าถิ่นดูเหนือกว่าสำหรับเกมนี้

อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569ลิงก์ถาวรของบทความ

ศึกลีกสูงสุดไอซ์แลนด์คืนวันอาทิตย์ยังเดินหน้าต่อ โดยเรย์คยาวิกจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของสตยาร์นัน จากผลงานเกมรุกอันร้อนแรงของเจ้าถิ่นที่ยิงได้รวม 15 ประตูจาก 4 นัดลีกหลังสุด ทำให้พวกเขาดูมีภาษีเหนือกว่าสำหรับเกมนี้

นัดลีกล่าสุด A. ซีกูร์ดส์สัน โชว์ฟอร์มโดดเด่น ทำคนเดียว 3 ประตูส่วนร่วมจาก 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ เป็นหัวใจสำคัญในเกมที่เรย์คยาวิกถล่มเวสต์มันนาเอยาร์ 5-2 ช่วงหลังเขาอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 4 นัดลีกนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เจ้าตัวมีบทบาทสำคัญในทุกเกม และในนัดชนะอาคราเนสก็ทำ 3 ประตูส่วนร่วมเช่นกันจาก 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ฤดูกาลนี้ A. ซีกูร์ดส์สัน ทำไปแล้ว 14 ประตูกับ 7 แอสซิสต์จาก 15 นัดลีก สะท้อนอิทธิพลที่มีต่อทีมอย่างชัดเจน ประกอบกับผลงานในบ้านของเรย์คยาวิกซีซั่นนี้ที่เก็บได้ 7 ชนะ 1 เสมอจาก 8 นัด ยิ่งทำให้พวกเขามั่นใจได้ว่าจะเก็บ 3 แต้มเต็ม

ด้านสตยาร์นันมีภารกิจในฟุตบอลยุโรปฤดูกาลนี้เช่นกัน โดยในศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก รอบแรก นัดที่สอง พวกเขาเกือบพลาดท่าหลังตกเป็นรอง 2 ประตู แต่ยังปรับเกมกลับมาเสมอได้ทันเวลา และผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยสกอร์รวม 5-3 อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาที่ลีกไอซ์แลนด์ ผลงานของสตยาร์นันยังขาดความสม่ำเสมอ จาก 14 นัด พวกเขาชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 7 มี 15 คะแนน รั้งกลางตาราง และตามหลังเรย์คยาวิกถึง 17 แต้ม ยิ่งไปกว่านั้น สตยาร์นันยังไม่ชนะเกมเยือน 4 นัดหลังในทุกรายการ โดยเสมอ 2 แพ้ 2 และเสียอย่างน้อย 2 ประตูทุกนัด ทำให้เกมนี้น่าจะเป็นงานหนักของทีมเยือน

อินไซต์

คุณอาจสนใจต่อ

อินไซต์

สื่อฝรั่งเศสเผย เมสซีน้ำตาคลอหลังนัดชิง ราวกับกาลเวลาไม่เคยเปลี่ยน

เมสซีหลั่งน้ำตาหลังจบนัดชิงฟุตบอลโลก ขณะที่สเปนกำลังจะรับถ้วยแชมป์ รายงานชิ้นนี้ถ่ายทอดความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ และภาพของเด็กชายผู้รักฟุตบอลที่ยังคงอยู่ในตัวเขาเสมอ.

อัปเดตล่าสุด: 20 ก.ค. 2569
อินไซต์

ซินหัวชี้ สเปนคว้าแชมป์โลกด้วยพลังเพรสซิ่งสูง

สเปนคว้าแชมป์โลกเหนืออาร์เจนตินาด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าชัดเจน โดยมีการเพรสซิ่งสูงเป็นหัวใจสำคัญ การปรับแท็กติกภายใต้ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ทำให้การไล่บีบกลายเป็นทั้งรากฐานเกมรับและอาวุธเกมรุกที่เฉียบคมที่สุดของทีม.

อัปเดตล่าสุด: 20 ก.ค. 2569