ฟุตบอลโลก 2026 จะกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม และมีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
ด้วยขนาดการแข่งขันที่ใหญ่ขึ้นอย่างมาก การเลือกฐานที่ตั้งของแต่ละทีมจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในด้านการเดินทาง การฝึกซ้อม ความปลอดภัย และการพักฟื้นของนักเตะ
รายงานระบุว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีทีมชาติเลือกใช้เป็นฐานหลักมากที่สุด เนื่องจากมีจำนวนเมืองเจ้าภาพมากที่สุด รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งที่ทันสมัย เมืองอย่างลอสแอนเจลิส ดัลลัส ไมอามี แอตแลนตา และนิวยอร์ก ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับหลายชาติ
ด้านแคนาดา เมืองโตรอนโตและแวนคูเวอร์ จะรับหน้าที่รองรับบางทีม โดยสภาพอากาศที่เย็นกว่าอาจเหมาะกับทีมจากยุโรป ขณะที่สนามฝึกซ้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็อยู่ในระดับมาตรฐานสูง
ส่วนเม็กซิโก เมืองสำคัญอย่างเม็กซิโกซิตี้ กัวดาลาฮารา และมอนเตร์เรย์ ยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของการแข่งขัน โดยเฉพาะเรื่องสภาพอากาศและความสูงจากระดับน้ำทะเล ที่อาจส่งผลต่อสมรรถภาพร่างกายของนักเตะ ทำให้หลายทีมอาจต้องเดินทางมาปรับตัวล่วงหน้า
FIFA ต้องพิจารณาหลายปัจจัยในการจัดสรรฐานที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระยะทางระหว่างสนามแข่งขัน คุณภาพของศูนย์ฝึก โรงแรม ความปลอดภัย และศักยภาพในการรองรับแฟนบอล โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือที่มีระยะทางระหว่างเมืองค่อนข้างไกล
นอกจากนี้ การเพิ่มจำนวนทีมเป็น 48 ทีม ยังทำให้ความต้องการสถานที่พักและสนามซ้อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมืองรองหลายแห่งจึงเริ่มผลักดันตัวเองเพื่อเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์
ขณะเดียวกัน หลายทีมที่เริ่มมีโอกาสผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก ก็ได้เริ่มสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว บางทีมต้องการลดเวลาการเดินทาง ขณะที่บางชาติเลือกพื้นที่ที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับประเทศของตนเอง
สำหรับแฟนบอล ฐานที่ตั้งของทีมชาติถือเป็นอีกหนึ่งจุดสนใจสำคัญ เพราะในทุกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา แฟนบอลจำนวนมากมักเดินทางไปชมการฝึกซ้อมและติดตามนักเตะอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองเจ้าภาพได้อย่างมาก