ศึกชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก กำลังจะเริ่มขึ้น โดยสเปนกับอาร์เจนตินาจะดวลกันเพื่อแย่งถ้วยแชมป์โลก ข้อมูลการกระจายนักเตะตามลีกสะท้อนอย่างชัดเจนถึงสถานะระดับแถวหน้าของลาลีกาในวงการฟุตบอลโลก
จากรายชื่อผู้เล่นนัดชิงของทั้งสองทีมรวม 52 คน มีนักเตะมากถึง 24 คนที่ลงเล่นในลาลีกาฤดูกาลใหม่ ทิ้งห่างทุกลีกแบบชัดเจน
ส่วนลีกอื่นมีตัวเลขตามมาห่างพอสมควร โดยพรีเมียร์ลีกมี 13 คนอยู่อันดับสอง ขณะที่ลีกเอิงมี 5 คน ด้านกัลโช่ เซเรีย อา, บุนเดสลีกา, เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ และลีกภายในประเทศอาร์เจนตินา มีลีกละ 2 คน ส่วนพรีเมราลีกาโปรตุเกสและบราซิล เซเรีย อา มีลีกละ 1 คน
การที่ลีกเดียวมีนักเตะเกือบครึ่งหนึ่งของนัดชิงฟุตบอลโลกเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นหนแรกในรอบ 20 ปี โดยครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึงเซเรีย อา ในรอบชิงชนะเลิศปี 2006
อิทธิพลของลาลีกาเริ่มเห็นชัดมาตั้งแต่รอบรองชนะเลิศแล้ว ในเกมตัดเชือกของสเปนและอาร์เจนตินารวมกัน มีผู้เล่นตัวจริง 44 คน และในจำนวนนั้น 16 คนมาจากลาลีกา จาก 5 ประตูที่เกิดขึ้นในสองนัด มี 2 ประตูมาจากนักเตะลาลีกาอย่างโอยาร์ซาบาลและกอร์ดอน ซึ่งยืนยันว่าความได้เปรียบของลีกนี้ไม่ได้มีแค่จำนวน แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพในการทำประตูสำคัญด้วย
ความเหนือกว่านี้ยังต่อเนื่องตลอดรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกมในรอบก่อนรองชนะเลิศทั้ง 4 นัด ตกเป็นของนักเตะลาลีกาทั้งหมด ได้แก่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้, ลามีน ยามาล, จูด เบลลิงแฮม และฮูเลียน อัลวาเรซ ทำให้แข้งจากลาลีกากลายเป็นตัวเอกของเกมใหญ่ในแต่ละรอบ
เมื่อมองโดยรวม ลาลีกาไม่เพียงนำโด่งในแง่จำนวนนักเตะในนัดชิง แต่ยังโดดเด่นทั้งสัดส่วนตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ผลงานการทำประตู และรางวัล MVP ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ข้อมูลทุกชั้นสะท้อนถึงรากฐานอันแข็งแกร่งของลาลีกาในการป้อนนักเตะระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ให้ฟุตบอลโลก และเป็นลีกที่กำหนดโฉมหน้าทรัพยากรผู้เล่นของนัดชิงครั้งนี้อย่างชัดเจน